วันพุธที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

จังหวัดตาก





 คำขวัญประจำจังหวัด



   “ธรรมชาติน่ายล  ภูมิพลเขื่อนใหญ่  พระเจ้าตากเกรียงไกร   เมืองไม้และป่างาม”

  


สัญลักษณ์ ประจำจังหวัดตาก
 


          ตราประจำจังหวัด: รูปพระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงช้างเหนือครุฑหลั่งน้ำทักษิโณฑก หมายถึง เมื่อสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงยกกองทัพไปช่วยพระเจ้าหงสาวดีรบอังวะนั้น พระมหาอุปราชเมืองพม่า สั่งให้ทหารคู่ใจคอยตี ขนาบ และปลงพระชนม์เสียให้ได้ ความแตกรู้ถึงพระกรรณสมเด็จพระนเรศวรที่เมืองแครง จึงทรงประชุมชาวเมือง และบรรดาแม่ทัพนายกอง เมื่อเดือน 2 ปีวอก พ.ศ. 2127 ทรงหลั่งน้ำทักษิโณฑกเหนือแผ่นดิน ประกาศอิสระภาพไม่ยอมขึ้นกับเมืองอังวะ อีกต่อไป จังหวัดตากเป็นด่านแรกที่สมเด็จพระนเรศวรทรงช้าง ยกกองทัพกลับเข้ามาถึงราชอาณาจักรไทย เช่นเดียวกับที่เมืองนี้เคยเป็นทางผ่าน ที่ชาวอินเดียเดินทางเข้าเมืองไทยในสมัยโบราณ




ดอกไม้ประจำจังหวัด: ดอกเสี้ยวดอกขาว (Bauhinia sp.) 



ต้นไม้ประจำจังหวัด: แดง (Xylia kerrii)

สถานที่ท่องเที่ยว

สะพานสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี (สะพานแขวน) 
           สะพานสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี หรือที่เรียกว่า "สะพานแขวน" สร้างเมื่อ พุทธศักราช 2525 โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดตาก  เพื่อสมโภชน์กรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี              
         ขนาดกว้าง 2.50 ม. ยาว 700 ม. ฐานรากและเสาเป็นคอนกรีต จำนวน 5 จุด พื้นทำด้วยไม้โยง ยึดด้วยลวดสลิงขนาดใหญ่ซึ่งในอดีตสามารถใช้รถจักรยานและรถจักรยานยนต์สัญจรไปมาได้แต่ปัจจุบันเป็นสะพานสำหรับเดินชมทิวทัศน์แม่น้ำปิง และมีการประดับไฟสวยงามในยามค่ำคืน
 
       สะพานสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปีเป็นสะพานแขวนที่สวยงาม เหมาะสำหรับชมความงามของลำน้ำปิงบริเวณ โดยรอบมีสวนเฉลิมพระเกียรติฯ  ซึ่งเป็นสวนสาธารณะที่สวยงาม มีสวนสุขภาพ และสนามกีฬาหลายประเภท ยาวตามลำน้ำปิง มีอาคารกิตติคุณสำหรับใช้จัดกิจกรรมงานต่าง ๆ
       ในปัจจุบันบริเวณสะพานแขวนและสวนเฉลิมพระเกียรติฯ เป็นบริเวณที่จังหวัดตากใช้จัดงานประเพณีลอยกระทงสายไหลประทีปพันดวงซึ่งเป็นงานประเพณีประจำท้องถิ่น
ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช 

      
 ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ตั้งอยู่บนถนนจรดวิถีถ่อง ศาลนี้แต่เดิมอยู่ที่วัดดอยเขาแก้วฝั่งตรงข้ามกับตัวเมือง ต่อมาใน พ.ศ. ๒๔๙๐ ชาวเมืองเห็นว่าศาลนั้นไม่สมพระเกียรติ จึงช่วยกันสร้างศาลขึ้นใหม่พร้อมกับให้กรมศิลปากรหล่อพระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชขนาดใหญ่กว่าพระองค์จริงเล็กน้อย ในพระอิริยาบถที่กำลังประทับอยู่บนราชอาสน์ มีพระแสงดาบพาดอยู่ที่พระเพลา ที่ฐานพระบรมรูปมีคำจารึกว่า “พระเจ้าตากสินกรุงธนบุรี ทรงพระราชสมภพเมื่อ พ.ศ. ๒๒๗๗ สวรรคต พ.ศ. ๒๓๒๕ รวม ๔๘ พรรษา”  ศาลนี้เป็นที่เคารพสักการะของประชาชนทั่วไป

       สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช หรือ พระเจ้ากรุงธนบุรี มีพระนามเดิมว่า สิน (ชื่อจีนเรียกว่า เซิ้นเซิ้นซิน) เป็นบุตรของขุนพัฒน์ และ นางนกเอี้ยง  เกิดเมื่อวันอาทิตย์ มีนาคม พ.ศ. 2277 ในแผ่นดินสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศแห่งกรุงศรีอยุธยา ต่อมาเจ้าพระยาจักรีผู้มีตำแหน่งสมุหนายกเห็นบุคลิกลักษณะ จึงขอไปเลี้ยงไว้เหมือนบุตรบุญธรรม ตั้งแต่ครั้งยังเยาว์วัยได้รับการศึกษาขั้นต้นจากสำนักวัดโกษาวาส (วัดคลัง) และ บรรพชาเป็นสามเณร เมื่ออายุ 13 ขวบ ที่วัดสามพิหาร หลังจากสึกออกมาแล้วได้เข้ารับราชการเป็นมหาดเล็ก และ อุปสมบทเป็นพระภิกษุ เมื่ออายุครบ 21 ปีตามขนบประเพณี 3 พรรษา หลังจากสึกออกมาได้เข้ารับราชการ ต่อ ณ. กรมมหาดไทยที่ศาลหลวงในกรมวัง ต่อมาในแผ่นดินพระเจ้าอยู่หัวพระที่นั่งสุริยาศน์อมรินทร์ (พระเจ้าเอกทัศน์) จึงได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหลวงยกกระบัตรเมืองตากจนได้เป็นพระยาตาก ในเวลาต่อมา หลังจากนั้นได้ถูกเรียกตัวเข้ามาในกรุงศรีอยุธยา เพื่อแต่งตั้งไปเป็น พระยาวชิรปราการ เจ้าเมืองกำแพงเพชรแทนเจ้าเมืองคนเก่าที่ถึงแก่อนิจกรรมลงใน พ.ศ. 2310 ครั้นเจริญวัยวัฒนา ก็ได้ไปถวายตัวทำราชการกับสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีความดีความชอบจนได้รับเลื่อนหน้าที่ราชการไปเป็นผู้ปกครองหัวหน้าฝ่ายเหนือคือ เมืองตาก และเรียกติดปากมาว่า พระยาตากสิน สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชครองราชย์สมบัติกรุงธนบุรีได้ 15 ปีเศษ ก็สิ้นพระชนม์มีชนมายุ 48 พรรษา กรุงธนบุรีัมีกำหนดอายุกาลได้ 15 ปี


เขื่อนภูมิพล 



  เขื่อนภูมิพล เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า เขื่อนยันฮี  เป็นเขื่อนเอนกประสงค์แห่งแรกในประเทศไทย  สร้างเป็นเขื่อนคอนกรีตรูปโค้งขนาดใหญ่ที่สูงที่สุดในประเทศไทย และเอเชียอาคเนย์ จัดอยู่ในอันดับ 8 ของโลก มีความสูงจากฐานถึงสันเขื่อน 154 เมตร กั้นแม่น้ำปิงที่บ้านเขาแก้ว อำเภอสามเงา  สร้างขึ้นเพื่อใช้ในการผลิตพลังงานไฟฟ้า และด้านชลประทาน  ความยาวของลำน้ำจากเขื่อนถึงอำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่  เป็นระยะทาง 207 กิโลเมตร  รอบบริเวณเขื่อนภูมิพลเป็นแหล่งพักผ่อน และเพาะพันธุ์สัตว์น้ำจืดด้วย
       นอกจากนั้นทางเขื่อนภูมิพลได้จัดทำเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ  สองฝั่งลำน้ำปิงเหนืออ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพลในเขตป่าสงวนแห่งชาติแม่ตื่น  เป็นเส้นทางเดินศึกษาสภาพความหลากหลายของพื้นที่ป่าดิบเขา และการฟื้นฟูสภาพป่า  ตลอดจนการศึกษาลักษณะสภาพป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ ความหลากหลายของภูเขาหิน ลำห้วย และน้ำตก  เพื่อให้นักท่องเที่ยวมีโอกาสได้สัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิด อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวในเชิงอนุรักษ์

ผาสามเงา 
   ผาสามเงา อยู่ในตำบลย่านรี จากอำเภอเมือง ใช้เส้นทางหมายเลข 1107  (เจดีย์ยุทธหัตถี - เขื่อนภูมิพล)  ผ่านทางแยกไปเจดีย์ยุทธหัตถีประมาณ 25 กิโลเมตร  หรือถ้าใช้ทางหลวงหมายเลข 1 ถึงกิโลเมตรที่ 463 จะมีทางแยกซ้ายเข้าเขื่อนภูมิพลไปประมาณ 10 กิโลเมตร  ถึงอำเภอสามเงา ทางทิศตะวันตกของแม่น้ำปิง  จะมองเห็นขุนเขาใหญ่ลูกหนึ่ง ชาวบ้านเรียกว่า "ผาสามเงา"  เพราะเป็นที่เชิงเขาริมหน้าผานั้นเจาะเป็นช่องลึกเข้าไปในเนื้อภูเขาเรียงกัน 3 ช่อง  
       ประดิษฐานพระพุทธรูปปิดทองช่องละองค์ มีบันไดไม้ให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปนมัสการพระพุทธรูปได้จากตำนานที่เล่าสืบต่อกันมาว่า เมื่อประมาณปี พ.ศ.1206 มีพระฤาษีสององค์สร้างเมืองหริภุญชัย (ลำพูน) และให้คนมาทูลเชิญราชวงศ์กษัตริย์จากเมืองละโว้หรือลพบุรีในปัจจุบัน ไปครองเมืองหริภุญชัย พระนางจามเทวี ได้รับมอบหมายให้ไปครองเมืองตามคำเชิญ พระนางจึงเสด็จมาทางชลมารค ขึ้นมาตามลำน้ำปิง  
       ปรากฏว่าเมื่อมาถึงบริเวณหน้าผาแห่งนี้เกิดเหตุมหัศจรรย์มีฝนและพายุใหญ่พัดกระหน่ำจนเรือไม่สามารถแล่นทวนน้ำขึ้นไปได้และปรากฏเงาพระพุทธรูปสามองค์ที่หน้าผาริมน้ำปิงแห่งนี้ พระนางจึงสั่งให้เจาะหน้าผาและสร้างพระพุทธรูปบรรจุไว้ในช่อง ช่องละองค์ ด้วยเหตุนี้จึงได้ชื่อว่า "ผาสามเงา" สืบมา


วัดพระบรมธาตุ 
“วัดพระบรมธาตุบ้านตาก” อยู่ที่ ต.เกาะตะเภา อ.บ้านตาก จ.ตาก ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำปิง เดิมวัดแห่งนี้เป็นเมืองตากเก่า ก่อนที่จะมีการย้าย
ตัวเมืองไปอยู่ที่ ต.ระแหง ตัวเมืองตากในปัจจุบัน ห่างไปทางทิศใต้ประมาณ ๓๐ กิโลเมตร อันมีประวัติยาวนานตั้งแต่สมัย พระนางจามเทวี ล่องเรือเสด็จไปเมืองลำพูน หยุดพักบริเว
ณแห่งนี้ พบว่าเป็นเมืองร้าง จึงได้สั่งให้มีการฟื้นฟูบูรณะเมืองแห่งนี้ จนกลายเป็นชุมชนเมืองตาก 
วัดพระบรมธาตุบ้านตาก ยังปรากฏในศิลาจารึของพ่อขุนรามคำแหง ที่ทรงกระทำยุทธหัตถี ชนะศึกเจ้าเมืองฉอด 
บนเนินเขาใกล้กับพระบรมธาตุ ประมาณ ๕๐๐ เมตร
         ตามตำนานพระเจ้าเลียบโลก ซึ่งเขียนเป็นภาษาเหนือ กล่าวไว้ว่า สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เสด็จโปรดสัตว์ล่องมาตามลำน้ำปิง พระองค์ได้เสด็จมายัง ดอยมะหิยังกะ ในเขตตัวเมืองตาก ตรัสกับพระอานนท์ว่าสถานที่นี้เป็นสถานที่สำราญ ร่มรื่น หากเราตถาคตปรินิพพานแล้วให้นำอัฐิและเกศากลับมายังดอยมะหิยังกะ 
         ภายหลังจากสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าปรินิพพาน พระอรหันต์ทั้ง ๔ ได้นำพระบรมสาริกธาตุของพระองค์ 
พร้อมด้วยเกศาอีก ๔ องค์ มาประดิษฐานยังดอยมะหิยังกะ แล้วก่อเจดีย์รูปทรงสี่เหลี่ยมแล้ว นำพระบรม
สารีริกธาตุบรรจุไว้ในพระเจดีย์ เพื่อเป็นที่สักการบูชาของมนุษย์และเทวดาทั้งหลาย

                   ต่อมา พระครูพิทักษ์พระบรมธาตุ (ทองอยู่) ได้ไปนมัสการพระธาตุชเวดากอง ณ กรุงย่างกุ้ง ประเทศพม่า ท่านจึงได้จำมาก่อสร้างองค์พระเจดีย์ เหมือนเจดีย์ชเวดากองล้อมคลุมองค์เก่าไว้ ปิดทองสวยงาม 
           พระครูพิทักษ์บรมธาตุ (พาน) เจ้าอาวาสวัดพระบรมธาตุบ้านตาก กล่าวถึงประวัติของหลวงพ่อทันใจ วัดพระบรมธาตุบ้านตาก ว่า ตั้งแต่สมัยที่ท่านเป็นพระลูกวัด พระครูบาตา อดีตเจ้าอาวาสองค์ก่อน ได้ปรึกษากับศรัทธาญาติโยมว่า มีความประสงค์จะสร้างพระพุทธรูปขึ้นสัก ๑ องค์ และศรัทธาญาติโยมได้พร้อมใจร่วมกันนุ่งขาว ห่มขาว เริ่มก่อพระพุทธรูปก่ออิฐถือปูน ปางมารวิชัย หน้าตัก ๓๒ นิ้ว และลงรักปิดทองคำเปลว ก่อนประกอบพิธีพุทธาภิเษก ๑ วัน กับ ๑ คืน เสร็จพอดี 
โดยคณะศรัทธาได้ตั้งชื่อว่า “พระเจ้าทันใจ” เพราะทำเสร็จเร็วทันใจ ต่อมามีญาติโยมได้มาตั้งจิตอธิษฐาน ขออะไรก็ได้สมความปรารถนา ทุกสิ่งทุกประการ นับเวลาจนปัจจุบันประมาณ ๒๐๐ กว่าปีมาแล้ว 

            ย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๙ นายทิพย์ หิงคานนท์ อดีตข้าราชการครู หลังเกษียณอายุราชการ ได้ล้มป่วยลงอาการหนักมาโดยตลอด จึงได้มาสักการะพระบรมธาตุ และอธิษฐานต่อองค์หลวงพ่อทันใจ ขอให้หายป่วย มีสุขภาพดีแข็งแรง จะกลับมาทอดกฐินที่วัดแห่งนี้ ๑๕ ปี 
           ปรากฏว่า เป็นจริงดั่งคำอธิษฐาน อาการเจ็บป่วยของนายทิพย์ทุเลาลงตามลำดับ และในปี พ.ศ.๒๕๒๐ จึงมาทอดกฐินพร้อมคณะญาติชาวจังหวัดชลบุรี ต่อเนื่องจนครบ ๑๕ ปี และต่อมาอีกเรื่อยๆ จนกระทั่งนายทิพย์ได้ถึงแก่กรรมในวัย ๘๙ ปี แต่ความศรัทธาในความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อทันใจยังคงแพร่ขยายไปทั่วสารทิศ 
เช่น นักฟุตบอลทีมชาติไทย เคยยกทีมมาไหว้แก้บนเมื่อหลายปีก่อน, บรรดานักการเมืองระดับชาติ, นักธุรกิจใหญ่ ต่างเป็นลูกศิษย์หลวงพ่อทันใจ เดินทางมาแก้บนตามที่ได้อธิษฐานไว้ หลวงพ่อทันใจ ไม่เพียงแต่ดลบันดาลในเรื่องหน้าที่การงาน ธุรกิจ การค้าขาย สำเร็จไปด้วยดีเท่านั้น ยังรวมไปในเรื่องของความรัก คู่ครอง และขอบุตร-ธิดา โดยเครื่องบูชาหลวงพ่อทันใจ จะเป็นกล้วย ส้ม ผลไม้ตามฤดูกาล ส่วนของไหว้ประเภทเนื้อสัตว์ทุกชนิด ห้ามนำเข้ามาถวาย และห้ามนำเข้าเขตพัทธสีมาอย่างเด็ดขาด ยกเว้นไข่ต้มสุกอย่างเดียว ส่วนการเสี่ยงทายความสำเร็จ มีช้างเสี่ยงทาย ใช้นิ้วก้อยยกสำหรับผู้ชาย และนิ้วนางสำหรับผู้หญิงทำนายดวงชะตา หากสำเร็จครั้งแรกขอให้ยกขึ้นทันที และอธิษฐานยกใหม่อีกครั้ง ขอให้ยกไม่ขึ้น หากคำทำนายดีสำเร็จดังหมาย ซึ่งก็สมปรารถนาดังใจทุกประการ

            ห่างจากอ.บ้านตากประมาณ 36 กม. ตามทางหลวงหมายเลข 1107 ประมาณ 35 กม. เลี้ยวซ้าย

เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1175 อีกประมาณ 1 กม. จะแลเห็นวัดพระบรมธาตุอยู่ทางซ้ายมือ หรือถ้าใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1 ตรงกม.ที่ 442 เข้าอ.บ้านตากประมาณ 300 ม. เลี้ยวขวาเข้าตลาดบ้านตากไปจนสุดถนนแล้วเลี้ยวซ้ายผ่านสะพานข้ามแม่ปิงแล้วเลี้ยวขวาผ่านวัดท่านา เลี้ยวซ้ายผ่านวัดทุ่งยั้งไปจนสุดถนน เลี้ยวขวาไปจนสุดทางลาดยางเข้าถนนลูกรังจนถึงสามแยก แล้วแยกซ้ายอีก 200 ม. ถึงวัดพระบรมธาตุ ซึ่งอยู่ทางซ้ายมือ


เนินพิศวง




   เนินพิศวง อยู่บริเวณกิโลเมตรที่ 68 สายตาก - แม่สอด  มีลักษณะเป็นทางขึ้นเนินที่แปลก คือเมื่อนำรถไปจอดไว้ตรงทางขึ้นเนินโดยไม่ได้ติดเครื่องรถจะไหลขึ้นเนินไปเอง  มีนักวิทยาศาสตร์ได้พิสูจน์ถึงสาเหตุนี้พบว่า เกิดจากเป็นภาพลวงตา เนื่องจากได้มีการวัดระดับความสูงของเนินลูกนี้แล้วปรากฏว่า ช่วงที่มองเห็นเป็นที่สูงนั้น มีระดับความสูงต่ำกว่าช่วงที่เห็นเป็นทางลงเนิน ดังนั้นรถที่เรามองเห็นไหลขึ้นนั้นที่จริงไหลลงสู่ที่ต่ำกว่า แต่ก็ไม่มีผู้ใดสามารถบอกได้ว่าเหตุใดจึงมองเห็นเป็นภาพลวงตาเช่นนั้นได้





น้ำตกแม่กาษา  
   




            น้ำตกแม่กาษา อยู่ที่ตำบลแม่กาษา  เป็นน้ำตกขนาดใหญ่มีทางเดินขึ้นไปบนเขาสูง มีถ้ำ และธารน้ำกว้างประมาณ 5 เมตร เป็นทางจากปากถ้ำถึงน้ำตก จากเส้นทางสายแม่สอด - แม่ระมาด (ทางหลวงหมายเลข 105) ประมาณกิโลเมตรที่ 13-14 มีป้ายทางเข้าเขียนว่า บ้านแม่กื๊ดสามท่า  จากปากทางเข้าไปประมาณ 4 กิโลเมตร  และมีทางแยกเข้าไปอีกประมาณ 1.5 กิโลเมตร  เป็นทางแคบขรุขระ สองข้างทางเป็นไม้ล้มลุกขึ้นสูง ในฤดูฝนมีน้ำมากแต่ในฤดูแล้งไม่มีน้ำเลย  ทางเข้าน้ำตกนี้ยังไม่ดี และในบริเวณน้ำตกยังไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว
บ่อน้ำพุร้อนแม่กาษา 
      



    อยู่ที่ตำบลแม่กาษาเช่นกัน แยกขวาจากเส้นทางสายแม่สอด - แม่ระมาด ตรงกม. ที่ 13 - 14 เข้าทางลูกรัง 8 กม.  ผ่านเข้าไปในหมู่บ้าน  บ่อน้ำร้อนนี้อยู่ในตัวหมู่บ้าน มีบ่อน้ำร้อนอยู่ 2 บ่อ  บ่อหนึ่งมีความกว้างประมาณ 2 ม.  อีกบ่อหนึ่งกว้างประมาณ 1 ม.  นอกจากนี้ยังมีธารน้ำร้อนเป็นสายมาพบกับธารน้ำเย็น  เมื่อผ่านเข้าไปในบริเวณหมู่บ้านจะได้กลิ่นกำมะถันกรุ่นอยู่ทั่วไปและมีไอน้ำจางลอยขึ้นเหนือพื้นดินเล็กน้อย เมื่อเข้าไปดูที่ปากบ่อจะเห็นฟองและการเดือดของน้ำให้ชัดเจน  อุณหภูมิของน้ำสูงพอสมควร บริเวณหมู่บ้านมีธรรมชาติที่สวยงามล้อมรอบด้วยภูเขาสูงและไร่นาของชาวบ้านแถบนั้น  แลดูเขียวชอุ่มไปทั่ว






น้ำตกปิตุ๊โกลอซู 
     



   น้ำตกปิตุ๊โกลอซู  ตั้งอยู่บนเทือกเขาดอยสามหมื่น เป็นน้ำตกขนาดใหญ่สูงประมาณ 500 เมตร (วัดด้วยเครื่อง GPS) เป็นน้ำตกที่มีความสูงที่สุดในเมืองไทย การเดินทางจากอำเภออุ้มผางโดยรถยนต์ใช้เส้นทางสายอุ้มผาง – บ้านเบิ้งเคิ่ลง  ระยะทาง 60 กิโลเมตรใช้เวลา 1.5 ชั่วโมง  ถึงหมู่บ้านกะเหรี่ยงกุยเลอตอ จากหมู่บ้านเดินเท้าลัดเลาะตามเทือกเขาและลำธารน้ำประมาณ 3-4 ชั่วโมง จะถึงน้ำตกปิตุ๊โกลอซู
สะพานมิตรภาพไทย-พม่า 

      



               สะพานมิตรภาพไทย-พม่า  ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าสายลวด สุดทางหลวงหมายเลข 105 (สายตาก – แม่ สอด)  เป็นสะพานสร้างข้ามแม่น้ำเมยระหว่างอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก กับ เมืองเมียวดีสหภาพเมียนมาร์ (หรือพม่าเดิม)  สะพานมิตรภาพไทย - พม่า มีความยาว 420 เมตร กว้าง 13 เมตร  สร้างเพื่อเชื่อมถนนสายเอเชียจากประเทศไทยสู่สหภาพเมียนมาร์ ตลอดจนภูมิภาคเอเซียใต้ ถึงตะวันออกกลางและยุโรป  เป็นประตูสู่อินโดจีนและอันดามัน  

แม่น้ำเมย 


                           แม่น้ำเมย หรือพม่าเรียกว่าแม่น้ำต่องยิน  เป็นเส้นกั้นเขตแดนไทย เมียนมาร์ ที่ยาวถึง  327 กิโลเมตร   แม่น้ำสายนี้แปลกกว่าแม่น้ำทั่วไปคือไหลขึ้นทางทิศเหนือ  โดยมีจุดกำเนิดที่บ้านน้ำด้น (เป็นน้ำที่ผุดขึ้นจากใต้ดิน) อำเภอพบพระ ไหลผ่านอำเภอแม่สอด อำเภอแม่ระมาด อำภอท่าสองยาง ผ่านบ้านสบเมย อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน บรรจบกับแม่น้ำสาละวิน ไหลเข้าเขตพม่าลงอ่าวมะตะบัน

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง 


      เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง

 เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง  มีพื้นที่ 1,619,280ไร่  เป็นเขตป่าอนุรักษ์เพื่อการสงวนและรักษาทรัพยากรธรรมชาติและเป็นผืนป่าตะวันตกที่เป็นต้นกำเนิดของแหล่งมรดกโลก  พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อน  อากาศจะหนาวและเย็นมากในระหว่างเดือนพฤศจิกายน ถึงเดือนกุมภาพันธ์  พรรณไม้ส่วนใหญ่เป็นป่าดงดิบ ป่าผลัดใบ สัตว์ป่าที่พบเห็น ได้แก่ เสือลายเมฆ สมเสร็จ เลียงผา เหยี่ยว นกกระทุง ได้รับการประกาศเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง เมื่อ พ.ศ. 2532  สถานที่น่าสนใจภายในเขตฯ ได้แก่ น้ำตกทีลอซู 
น้ำตกทีลอซู
    น้ำตกทีลอซู ตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก ห่างจากที่ทำการเขตฯ 3 กิโลเมตร  ทีลอซู เป็นภาษากะเหรี่ยง แปลว่า น้ำตกดำ มีลักษณะเป็นน้ำตกภูเขาหินปูนขนาดใหญ่  ตั้งอยู่บนความสูงจากระดับน้ำทะเล 900 เมตร เกิดจากลำห้วยกล้อท้อ ลำน้ำทั้งสายตกลงสู่หน้าผาสูงชัน มีน้ำไหลแรงตลอดปี ความกว้างของตัวน้ำตกประมาณ 500 เมตร ไหลลดหลั่นเป็นชั้น ๆ มีความสูงประมาณ 300 เมตร ล้อมรอบด้วยป่าดงดิบที่สมบูรณ์  เป็นน้ำตกที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 6 ของเอเซีย
       เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติระยะทาง 1.5 กม.  ก่อนถึงน้ำตกจะผ่านป่าไผ่และป่าเบญจพรรณ มีดอกกระเจียวขึ้นตามพื้นป่า ระหว่างทางมีป้ายสื่อความหมายเกี่ยวกับธรรมชาติและพืชพันธุ์ตามจุดต่าง ๆ ให้นักท่องเที่ยวได้ศึกษา   เมื่อถึงบริเวณน้ำตก จะเห็นละอองน้ำฟุ้งกระจายไปทั่วโขดหินเบื้องล่าง  มองเห็นธารน้ำตกลงมาจากผาหินปูนซึ่งอยู่สูงประมาณ 300 ม. ตามแนวกว้างกว่า 500 ม. ท่ามกลางป่าครึ้ม อาจแบ่งธารน้ำตกได้เป็นสามกลุ่ม คือกลุ่มด้านซ้ายมือ (เมื่อหันหน้าเข้าหาน้ำตก) เป็นกลุ่มใหญ่ที่สุดสูงที่สุด และเป็นด้านที่สวยที่สุด มีธารน้ำตกหลายสายไหลลดหลั่นลงมาเป็นชั้นเชิง  ส่วนกลุ่มตรงกลาง สายน้ำไหลลงมาจากหน้าผาสูงชันใกล้เคียงกับกลุ่มซ้ายมือแต่ไม่เป็นชั้นและแคบกว่า  ส่วนกลุ่มทางขวามือ มีสายน้ำตกมากและหน้าผาเตี้ยกว่าสองกลุ่มแรก  เมื่อมองทั้งสามกลุ่มรวมกันจะเห็น น้ำตกทีลอซู ที่ยิ่งใหญ่และสวยงาม บริเวณด้านล่างมีทางเดินไปยังจุดชมวิวทิวทัศน์บนยอดเขาฝั่งตรงกันข้าม  เป็นจุดที่มองเห็นน้ำตกทีลอซูได้สวยงามและชัดเจนขึ้น 

ดอยหัวหมด 

           ดอยหัวหมด เป็นยอดเขาหัวโล้นที่ปกคลุมด้วยต้นหญ้าและไม้ทนแล้ง  อยู่ห่างจากตัวเมืองอุ้มผางมาตามเส้นทางบ้านสบห้วยแม่สะมุ้งประมาณ 10 กิโลเมตร แยกซ้ายเข้าไปตามถนนลูกรังอีก 700 เมตร  จากจุดจอดรถเดินเท้าขึ้นไปชมวิวบนยอดดอยอีกประมาณ 150 เมตร  ภูเขาบริเวณนี้มีหลายดอย เป็นลักษณะยอดเขาเตี้ย ๆ ที่ไม่มีต้นไม้ใหญ่ปกคลุม ชาวบ้านจึงเรียกว่ายอดเขาเหล่านี้ว่า ดอยหัวหมด หรือ เขาหัวโล้น ดอยหัวหมดที่เป็นจุดชมวิวมีด้วยกันหลายดอย
       จุดเด่นของดอยหัวหมดในช่วงฤดูฝน  คือทุ่งดอกไม้สีชมพู เป็นต้นเทียนดอยที่จะออกดอกสีชมพูไปทั่วทั้งดอย  ในช่วงเวลานั้นจึงเรียก ดอยหัวหมด ว่าดอยชมพู  ยอดเขาหัวโล้นที่มีกระจัดกระจายหลายดอยเป็นดอยโล่ง ๆ ที่ปกคลุมด้วยต้นหญ้า เมื่อดอกเทียนบานจึงทำให้เห็นเป็นสีชมพูปกคลุมไปทั่ว  แต่ถ้าจะให้สวยจะต้องขึ้นไปชมบนยอดดอย  ช่วงที่ดอกเทียนดอยบานอยู่ในช่วงเดือนกรกฎาคม ถึง สิงหาคม  ในช่วงต้นเดือนกันยายนก็พอมีให้เห็นบ้างเป็นหย่อม ๆ เมื่อพ้นช่วงนี้ไปแล้วก็มีเพียงป่าหญ้าแห้ง ๆ กับต้นปาล์มสิบสองปันนาซึ่งเป็นไม้ทนแล้งที่มีมากในบริเวณนี้ 
       จุดเด่นของดอยหัวหมดในช่วงฤดูหนาว  คือวิวทะเลหมอก ดอยหัวหมดเป็นดอยที่อยู่ในระดับต่ำ และเบื้องล่างเป็นหุบเขา เมื่อเขาอยู่ระดับต่ำทำให้เห็นทะเลหมอกได้ใกล้ ๆ ซึ่งทะเลหมอกจะเกิดในแอ่งเบื้องล่าง
       จุดเด่นของดอยหัวหมดในช่วงฤดูร้อน  คือป่าดอกเสี้ยว อ่านว่าดอกเสี้ยว ไม่ใช่ดอกเสี่ยว  เป็นดอกไม้ตระกูลชงโค  แต่ดอกเสี้ยวมีสีขาว เป็นไม้ป่า จะออกดอกพร้อมเพรียงกันในช่วงฤดูร้อน ราวเดือนมีนาคม ทำให้ป่ากลายเป็นสีขาวสวยแปลกตา

อุทยานแห่งชาติน้ำตกพาเจริญ 

       อุทยานแห่งชาติน้ำตกพาเจริญ  ครอบคลุมพื้นที่ใน อำเภอแม่สอด และอำเภอพบพระ จังหวัดตาก  ประกอบไปด้วยป่าที่อุดมสมบูรณ์  พื้นที่เป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อนเป็น แหล่งต้นน้ำลำธาร  มีเนื้อที่ประมาณ 534,375 ไร่ หรือ 855 ตารางกิโลเมตร 
 
แหล่งท่องเที่ยวภายในอุทยาน
       
       น้ำตกพาเจริญ

เป็นน้ำตกหินปูนที่สวยงามด้วยชั้นน้ำตกที่ไหลลดหลั่นลงมาเป็นชั้นเล็กชั้นน้อยจำนวนมาก  ซึ่งไหลมาจากลำห้วยน้อยใหญ่มารวมกันเป็นแอ่งใหญ่ แล้วไหลลงน้ำตก ลดหลั่นลงไป 37 ชั้นด้วยกัน มีน้ำไหลตลอดปี
      
       บ่อน้ำร้อนห้วยน้ำนัก

  เป็นบ่อน้ำร้อนธรรมชาติขนาดใหญ่  เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 4 เมตร ลึก 2 เมตร มีอุณหภูมิประมาณ 60 องศาเซลเซียส เป็นบ่อน้ำร้อนที่มีความใสบริสุทธิ์ ปราศจากกำมะถัน จึงใช้อุปโภคบริโภคได้ และบริเวณขอบบ่อโดยรอบมีต้นไม้ต้นหญ้าเขียวชะอุ่ม มีสถานที่บริการอาบน้ำแร่เดินทางได้จากทางหลวงหมายเลข 1206 สายพบพระ-บ้านช่องแคบ
       
       น้ำตกป่าหวาย

 เป็นน้ำตกหินปูนอีกแห่งหนึ่ง มีน้ำตลอดปี และมีป่าหวายหนาแน่น  การชมน้ำตกต้องเดินจากชั้นล่างของน้ำตก ฝ่ากระแสน้ำขึ้นไปชมน้ำตกชั้นบนแล้วเดินต่อไปอีกประมาณ 30 เมตร จะพบปล่องภูเขากว้างใหญ่มีน้ำไหลลงสู่ปล่องดังกล่าว  แล้วหายไปในบริเวณใต้ภูเขา  ใช้เส้นทาง 1090 เลี้ยวซ้ายก่อนถึงกิโลเมตรที่ 42 เข้าไปประมาณ 20 กิโลเมตร
       

       น้ำตกธารารักษ์
  หรือน้ำตกเจดีย์โคะ เป็นน้ำตกขนาดเล็ก ชั้นเดียว มีน้ำตลอดปี หน้าผาสูง 30 เมตร ข้างบนเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่ อยู่ใกล้ตัวอำเภอพบพระ บนเส้นทาง 1206